~*-+หลวงพระบาง+-*~
ห่างหายจากการเขียนไดไปร่วมเดือน อิอิ
เพราะงานล้นมือ จึงได้แค่เข้ามาแวะบางครั้งคราว
และเมื่อปลายเดือน ม.ค. ได้มีโอกาสไปเยือน หลวงพระบาง แม่เลยขอเก็บความทรงจำไว้หน่อยละกันน๊า
ไดฯ หน้านี้ เลยขอเป็นโหมดเที่ยวของแม่ล้วนๆ นะจ๊ะ
ที่มีโอกาสได้ไป หลวงพระบาง เพราะไปศึกษาดูงาน (เค้าเรียกกันแบบนั้น) กับที่ทำงานของแม่
เส้นทางที่เราไปคือ ไปลงเรือที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย แล้วล่องเรือสำราญ(ลาว) ต่อไปที่หลวงพระบาง
ระยะเวลาไม่ใช่แค่ไม่กี่ชม. แต่เป็นวันๆ เลยทีเดียว
แถมทริปที่แม่ไป โค-ตะ-ระ โหดจริงๆ เพราะการเดินทางผิดพลาดมาตั้งแต่เริ่มลงเรือแล้ว
ฝนก็ตก แถมต้องไปนอนค้างกลางทางที่เกาะ แต่นอนบนเรือ แม่แทบไม่ได้นอนทั้งคืน เพราะนอนไม่หลับ
เอาเป็นว่า ข้ามๆ เรื่องการเดินทางไปก่อนดีกว่า ไม่น่าจดจำเลย
27 ม.ค. 51
ออกเดินทางจากพิษณุโลก ไป อ.เชียงของ จ.เชียงราย
จากนั้นสัมมนาเก็บเกี่ยวความรู้กันเต็มๆ
28 ม.ค. 51
ออกเดินทางข้ามท่าเรือบั๊ค และเดินทางล่องลำน้ำโขง

บรรยากาศ 2 ฝั่งโขง สวยงามมากจริงๆ เสียดายที่ขาไป ฝนตกหนัก ทำเอามองไม่เห็นความสวยงามอะไรเลย
29 ม.ค. 51
และแล้วเราก็ถึง หลวงพระบาง
บ้านเรือนของเค้าคงความคลาสิกไว้ได้ดีจริงๆ การตกแต่งบ้านเรือน ร้านค้า ผสมผสานกันอย่างลงตัว
วัดเชียงทอง

วัดนี้เค้าว่ามาหลวงพระบาง ต้องมาเยี่ยมชม ใครไม่มา ถือว่ามาไม่ถึงหลวงพระบาง
อิอิ จริงๆ มีอีกหลายที่ ที่เค้าบอกว่าถ้าไม่มา ถือว่ามาไม่ถึงหลวงพระบาง
แม่ชอบลายจิตรกรรมฝาผนัง ข้างโบสถ์เค้าจังเลย สีสวยเชียว ไม่เหมือนวัดในเมืองไทย
แต่ตัวโบสถ์หลังใหญ่ ทรงเดียวกับวัดสมัยล้านนา โดยเฉพาะวัดพระสิงห์ จ.เชียงใหม่ เลยทีเดียว
วัดวิชุน

วัดนี้ก็อยู่ในตัวเมืองหลวงพระบาง ไม่ห่างจากวัดเชียงทองเท่าไร
มีเจดีย์ที่รูปทรงเหมือน ดอกบัวใหญ่
ทัวร์ของเราวันนี้เร่งรีบเหลือเกิน เพราะมีเวลาน้อยมาก
จากนั้นก็ไปเยี่ยมเยือน และมอบหนังสือให้กับ มหาวิทยาลัยสุพานุวง ซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมืองหลายกิโลเหมือนกัน
เสียดายแม่ไม่ได้ถ่ายรูปมหาลัยมา
จากนั้นเราก็ไปน้ำตกกวางสีกันต่อ
ระหว่างทางรถตู้คณะทัวร์ของเราคันหนึ่ง ดันไปเฉี่ยวกับสกายแลบ (มอเตอร์ไซด์) แม่หญิงลาวคันหนึ่ง
ทั้งคณะเลยจอดรถ ลงไปช่วยเหลือ
ทุกคนคิดเหมือนกันว่า ทริปนี้ทำมัยมีแต่อุปสรรค(ฟร่ะ) หารู้ไม่ว่าอุปสรรคยังไม่หมด 555
น้ำตกกวางสี

สวยจริงๆ น้ำเป็นสีออกเขียว อาจจะเขียวน้อยกว่าน้ำในสระมรกต ที่ จ.กระบี่
แต่ก็ประทับใจแม่เลยทีเดียว
ยังมีเวลาเหลืออีกนิดหน่อย ไกด์พาแวะ
พระธาตุพูสี
เป็นจุดชมวิวของหลวงพระบางเลยทีเดียว
เพราะต้องขึ้นบันได 328 ขั้น (วัดความแก่กันตรงนี้แหละ)
แม่ขึ้นไปได้ 100 ขั้น หัวใจเต้นตูมตาม หยุดพักหอบเลยทีเดียว
พอหันไปดูคนอื่น อิอิ เหมือนกันเฟร้ย หอบกันเป็นแถวๆ
ไหนๆ ก็ขึ้นมาแล้ว ลากสังขารไปให้ถึงข้างบนเลยละกัน เดี๋ยวโดนหาว่าแก่ ไม่ย๊อม ไม่ยอม

มาถึงก็หายเหนื่อย เพราะมีลมเย็นๆ พัดเอาความเหนื่อยออกไปหมด
ยังมีเวลาเหลือก่อนกินข้าวนิดหน่อย ไกด์ให้เดินเที่ยวถนนคนเดิน หรือ ตลาดมืด ได้ 15 นาที
พอทานข้าวเสร็จแล้ว เค้าจะพามาเดินตลาดมืดอีกรอบ
ร้านอาหารอยู่ติดกับโรงแรมที่พัก (โรงแรมชะนะแก้ว)
มีพิธีบายศรีสู่ขวัญ ก่อนทานอาหาร จากนั้นก็มีการแสดงของเด็กชาวลาว
ท่าทางการรำ และการแต่งตัว ก็คล้ายๆ ของไทย
อิ่มแล้วก็ได้เวลาไปตลาดมืดอีกครั้ง
ตลาดมืดอยู่หน้าพระธาตุพูสีเลย เห็นว่าเมื่อก่อนเค้าจุดเทียนขายของ เลยเรียกว่า ตลาดมืด
แต่เดี๋ยวนี้ เขาพัฒนาแล้ว กางเต้นท์ ติดไฟนีออน ขายของกันจ้า
เงินไทยก็ใช้ได้เลย ไม่ต้องแลกเงินกีบ (วันที่ไป 250 กีบ = 1 บาท)
ของในตลาดมืดส่วนใหญ่เป็นพวก ผ้า กระเป๋า โคมไฟกระดาษ แล้วแต่ใครจะต่อได้มากน้อยกว่ากัน

(กรั่กๆ เพิ่งเห็นความก๊งของตัวเองอีกแระ 30 ก.พ. มีที่ไหนเนี่ย ต้องเป็น ม.ค. ตะหาก
และลงวันที่ผิดด้วย วันที่ไป 29 ม.ค.51)
30 ม.ค. 51
มาถึงหลวงพระบางทั้งที ต้องไป ใส่บาตรข้าวเหนียว (ถึงจะเรียกว่ามาถึงหลวงพระบาง) 55
รู้สึกฝรั่ง รอถ่ายรูปจะเยอะกว่าคนใส่บาตรซะอีกแน่ะ
พระจะเดินมาเป็นวัดๆ รวมๆแล้วหลายร้อยรูปเลย เล่นเอาจกข้าวเหนียวแทบไม่ทัน

ใส่บาตรเสร็จ มีเวลาเล็กน้อยเดินเล่นที่ ตลาดเช้า
ตอนแรกยังงงๆอยู่ นึกว่าแถวไหน ที่แท้เป็นที่เดียวกับตลาดมืดเลย (จำถนนได้)
เหมือนตลาดบ้านเราเช่นกันค่ะ มีทั้งผัก ปลา หมู รวมทั้งเสื้อผ้า เครื่องสำอางค์ แม้กระทั่ง หวย 555
ได้ลองชิม ข้าวจี่ อืมเค็มๆ รสชาดไม่ถูกปากเล้ย แต่คนอื่นเค้าบอกอร๊อย อร่อย อิอิ นานาจิตตัง

และแล้วก็ถึงเวลาต้องโบกมือบ๊ายบาย หลวงพระบางซะแล้ว
เมืองสวย น่ารัก และสงบดีค่ะ คนลาวก็ดูดี มีขอบเขตในการแต่งตัว ชอบๆ
แต่ที่น่ากลัวก็คือ การขับรถในหลวงพระบาง เค้าขับกันน่าหวาดเสียว (หรือว่าเราไม่ชินก็ไม่รู้)

เมื่อไรน๊า จะมีโอกาสได้เยือนหลวงพระบางอีก
แต่ขอไม่เดินทางโดยเรืออีกแล้วน๊า เหอ เหอ

------------------------------
โหมดลูกชาย

แม่ไม่อยู่ 5 วันนึกว่าจะร้องไห้หาแม่ ที่ไหนได้ ไม่เคยถามถึงเลย ฮึ่มๆๆ
แม่โทร.หา ก็บอกว่า "คุณแม่ โชกุนไม่คุยแล้ว โชกุนจาเล่น" ฮึ่มๆๆ
แต่...พอเช้าวันที่แม่กลับถึงบ้าน โชกุนตื่นมาเห็นหน้าแม่ก็ยิ้มเขินๆ ร้อง "อ้าว"
จากนั้นแม่ไปไหน ก็ตามมากอด หอม อยู่นั่นแหละ ชื่นใจจริง จริ๊ง
Posted on Wed 6 Feb 2008 15:14 |
|